วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเทรด 31-7-57 Swing Trade


GBPUSD 15 min

1) เหตุผล

  1. เนื่องจากเห็นมีลักษณะของการจะกลับตัว  คือ เกิด Divergence ,  Candle stick price action เป็น Hammer
  2. วาง Target เป็นแนวต้าน  ,  วาง Stop คือLow
  3. Swing Trade  : bbSTO 

2)  

ENTRY =  1.68674  , STOP = 1.68560  , TARGET = 1.68855

RRR = 0.6

ผล + 9.05


3) สภาวะอารมณ์
  1. นั่งทบทวนกลยุทธ Swing มาตลอด เลยเฝ้าติดตามหาจังหว่ะที่น่าจะ swing ได้ หลังจากเห็นลักษณะของราคา ก็ชอบทันที
  2. มีความกลัวกับการขาดทุนแบบเดิม 
  3. พยายามออกในจุดที่วางแผนไว้  จะยังไม่เล่น Breakout ต่อ หากราคาวิ่งผ่าน target เพราะยังไม่ทำการบ้านกลยุทธนี้มา
  4. ก็มีความกังวลกับ คู่เงินนี้พอควรเนื่องจากไม่เคยได้ติดตามเลย เพียงแต่ครั้งนี้เปิดเจอโดยบังเอิญ


 4) ความผิดพลาดและอุปสรรค์
  1. ตอนเข้าซื้อใช้การตัดสินใจจากการทำ Price action ไม่ได้เข้าซื้อจากกลยุทธ คือ ไม่ได้รอให้ %K ตัด %D ขึ้น
  2. มีการสู้กันในความคิดว่าจะเข้าซื้อโดยใช้ Price action หรือ จาก trade set up สุดท้ายเข้าซื้อจากอารมณ์กลัวว่าสิ่งที่เห็น (คือ price pattern) มันชัดเจนแล้วกลัวจะเสียดายหากเข้าช้ากว่านี้  ทำให้เกิดความกังวลกับ Trade set up ที่ยังไม่สมบูรณ์ คือ %K ตัด %D ขึ้น
  3. ไม่เคยติดตามคู่เงินนี้มาก่อน
  4. ต้องฝึกการกรองพฤติกรรมราคาให้มากกว่านี้


เพิ่มเติมภายหลัง Break แนวต้าน ได้ลองใช้กลยุทธ  Break Out system มาติดตาม

โดยเลือกใช้ ATR channel  

การ Break Out มันต้องมี Volume ถึงจะดี  ถึงแม้สัญญาณเข้าซื้ออืนๆมาแล้วแต่ถ้า Volume ไม่มีก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่นัก





Facebook Post : Volatility by พี่เอก


ผมได้ดู คลิปการบรรยายของ Anton Krei  ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  เขาได้ตอบคำถามแก่นักศึกษาท่านหนึ่ง  ถามเกี่ยวกับประมาณว่า  มือใหม่ควรยืนจุดไหน หรือ ทำอย่างไรดี  ประมาณนี้ครับ

Anton ได้กล่าวถึงคำว่า   
"Volatility Create Opportunity for TRADER"  

และผมได้แชร์คลิปนี้ออกไป ก็มีพี่เอกได้เข้ามาอธิบายความหมายเพิ่มเติมครับ  

http://www.youtube.com/watch?v=9h3lByx59ns&feature=share



คิดว่ามันมีความสำคัญ เลยต้องนำมาบันทึกไว้ในที่นี้


Chaipat Ncm 

"อยากให้ใช้คำว่า เข้าใจความผันผวน นะครับ อย่าไปใช้คำว่า "เล่น" เพราะความผันผวนนี้ 
ต้องอ่านให้ขาด มองให้ออก อีกอย่างโดยทั่วไป คนส่วนใหญ่สนใจแต่ trend แต่กรณีที่เทรดเดอร์ต้องการทำระบบเทรดให้เกิด การยืนระยะและสร้าง CF สิ่งที่ต้องสนใจ และโฟกัสเพิ่มคือ volatility"

"อธิบายเพิ่มให้เห็นตัวอย่างอีกนิด คือ คนส่วนใหญ่ พอมองเห็นกราฟก็เข้าเลย คิดว่าตัวเองรู้สัญญาแล้ว 
เช่น MACD > 0 ก็เข้าซื้อ แต่จริงๆขาดความเข้าใจในโปรดักซ์ที่เทรด ขาดการสังเกต เข้าใจ volatility ที่เกิด หรือ state ของความผันผวนที่มี ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงออกในพฤติกรรมราคาทั้งสิ้่น แต่แมงเม่ามือใหม่ มองไม่เห็น เห็นแต่เส้นตัดกัน เห็นแต่อะไร ที่สอนๆผ่านกันมาในเครื่องมือ"

"จริงๆ volatility นี้ซับซ้อน มันบ่งบอกความเพี้ัยน ของพฤติกรรมราคาได้ด้วย สะท้อนอารมณ์ตลาด 
สะท้อนการรับรู้ การตีความที่แตกต่างของกลุ่มผู้่เล่นได้อีก ดังนั้นการเทรดขั้นสูง หรือพวก quant ถึงเอาคุณสมบัตินี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์ แทนการใช้มองแค่ direction และการเคลื่อนไปข้างหน้า ของราคา"











 ผมก็ยอมรับว่ายังแยกพฤติกรรมราคาไม่ได้เท่าไหร่





วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทดสอบ Swing Trade -- ssSTO 28-7-57


EURUSD 15 min

1. เหตุผลในการซื้อขาย

เข้าซื้อเพราะมีการวิ่งชนแนวต้าน + เกิด Bearish Divergent + Slope 45 องศา ความผันผวนน้อย

แผน
  • กลยุทธ          =  Swing Trade
  • Trade setup   =  ssSTO  
  • Target            =  แนวรับ 

2. 
Sell Position 

Entry  =  1.34368
S/L     = 1.34411
TP      = 1.34262
RRR   = 0.4

ผล -2.15   (  โปรแกรมเกิดการผิดพลาด Stop ก่อน )





 3. สภาวะอารมณ์


จิตใจนิ่ง คิดก่อนเข้านานขึ้น อยากลองวิชา



4. ความผิดพลาดและอุปสรรค์

ยังฝึกฝนการใช้กลยุทธนี้น้อย  ยังไม่มีการ Backtest  จุดออกไม่ชัดเจน   ยังวิเคราะห์พฤติกรรมราคาไม่เก่ง  โดยเฉพาะ Volatility




ภาพแสดงเหตุผลในการเข้าPosition





ภาพการโดน StopLoss   ซึ่งได้จุดที่ควรนำมาพิจารณาในการวาง Target อีกทาง





วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้อสังเกตุ การเคลื่อนไหวของราคา กับ ตัวเลขทางเศรษฐกิจ


เมื่อวันที่ 24 กค 57 ที่ผ่านมา  ทางฝาก อเมริกา ได้มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ 2 ตัวคือ

1) Initial Jobless Claims  จำนวนผู้ที่ขอรับสวัสดิการการว่างงานในสหรัฐครั้งแรก
2) New Home Sales  ยอดขายบ้านใหม่


ในช่วงก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขทั้ง 2  สังเกตุพบว่าจะการวิ่งเก็งกำไรล่วงหน้า  USD Dollar แข็งค่าขึ้น  พอข่าวแรกคือ Jobless Claims ตัวเลขลดลง ยิ่งส่งผลบวกต่อเงิน US Dollar   ด้วยความผันผวนที่รุนแรง    

จากนั้นช่วงก่อนจะประกาศตัวเลขที่ 2 คือ New Home Sales  พบว่ามีการเก็งกำไรล่วงหน้า อาจจะมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขจะออกมาดีตามคาดการณ์  แต่หลังจากตัวเลขประกาศว่า ตรงกันข้ามคือส่งผลลบต่อ US Dollar  จะพบว่ามีการวิ่งสวนทางในทันที ด้วยอัตราเร่งทีแรง 


จากกข้อสังเกตุนี้จึงคิดกลยุทธที่เหมาะสมคือ High Volality Trade , Breakout System


ทำให้ต้องฝึกฝนการใช้กลยุทธในคล่อง  พร้อมกับฝึกจิตใจด้วย   



บันทึกการเทรด 24-7-57

EURUSD 24-7-57   

การประกาศตัวเลข Jobless Claim  และ New Home sales 

1) เหตุผลในการซื้อขาย  >> ระบบกลยุทธที่ใช้

Breakout System

เขา้ position เพราะมีการวิ่งตอบสนองต่อข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ

ตีเส้นแนวรับ แนวต้านไว้รอดูการเคลื่อนไหวของราคาที่ตอบสนองต่อข่าว 
เข้าซื้อหลังแท่งที่เบรก  โดยวางStop ที่ปลายแท่งเบรก


วาง Target ที่แนวรับแนวต้านต่อไป


2)

Position Sell แรก   -   Entry Sell = 1.34658
                                  STOP       =  1.34740
                                  Target       = 1.34537
                                   RRR        =  0.67


                                    ผล   - 4.1



























 


 Position Sell สอง  -   Entry sell = 1.34617

                                 STOP       =  1.34720
                                 Target       = 1.34537 
                                  RRR         = 1.29


เข้าก่อนข่าวจะออก
                                                   ผล  -5.15





3) สภาวะอารมณ์ของตัวเอง

ตื่นเต้นกันการเทรด ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนรุนแรง ใน TFเล็กๆแบบนี้  ยังใช้เครื่องมือที่เหมาะสมไม่เป็น

4)  ความผิดพลาดและอุปสรรค

1.  ไม่เคยเทรด TF  15min ในภาวะที่ตลาดเก็งกำไรสูงขนาดนี้มาก่อน
2. ใช้เครื่องมือไม่เป็น
3. วิเคราะห์พฤติกรรมราคาไม่เป็น
4. จุดอ่อนของโปรแกรมที่ STOP ก่อนราคาที่ตั้ง
5. ไม่คำนวนความคุ้มก่อนการเทรด  คือ  เทรดครั้งที่ 2 RRR สูง  
7. ไม้แรกของการเทรดนั้น จะเทรดหลังข่าวออกมา แต่ไม่ที่ 2 เทรดตามการเกงกำไรก่อนประกาศตัวเลข
8. ไ่ม่มีความพร้อมก่อนการเทรดคือ เครื่องมือไม่เหมาะสม




วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ย้อนหลัง ข่าวเศรษฐกิจ และสถาการณ์ปัจจุบัน กับค่าเงิน US Dollar

จากตัวเลขเศรษฐกิจอเมริกาออกมาเมื่อวานนี้  22 July 2014

พบว่า
ดัชนีราคาผู้บริโภค  (Consumer Price Index : CPI) เพิ่มขึ้น , ดัชนียอดขายบ้านมือ2  (Existing Home Sales) เพื่มขึ้น    ประกอบสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดวิกฤตในยูเครน เกิดการประทะกันของ2 กองกำลัง และมีการยิงเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ MH17     ข่าวเหล่านี้น่าจะเป็นประเด็นที่กดดันค่าเงิน US Dollar และ ส่งเสริมให้ ทองคำ ถีบตัวสูงขึ้นได้ 

แต่ ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น     .....  

เพราะอะไร ?

จากการอ่านหนังสือ Currency Trading and Intermarket Analysis   ได้ใจความว่า

ดัชชี้ราคาผู้บริโภค บ่งบอก ภาวะเงินเฟ้อ ของสหรัฐอเมริกา (โดยค่าเงินUSD จะแปรผกผันกับ อัตราเงินเฟ้อ)  และ ภาวะสงครามยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น หรือ อาจมีการเคลื่อยย้ายเงินไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ


ความสงสัยนี้จึงนำไปสู่การย้อนหลังกลับไปมองข่าวเทียบกับราคาที่สะท้อน    สิ่งที่พบเป็นดังนี้


1) 
ดัชนีราคาผู้บริโภค สูงขึ้นจริง แต่น้อยกว่าเดือนก่อนหน้า และ เท่ากับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว  แบบนี้บ่งบอกถึงความสามารถในการคุมอัตราเงินเฟ้อไว้ได้ เครื่องมือทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาปัจจุบันยังสามารถควบคุมได้ 




มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าการที่ ดัชนี CPIเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวขึ้น 3.3% ( สัดส่วน 2 ใน3 ขงการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าในเดือน มิถุนายน)   เป็นการเพิ่มขึ้นที่ไ่เป็นวงกว้างเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเดือนก่อน  

เมื่อดูดัชนี CPI EX Food & Energy (ที่มักจะผันผวนตามราคาพลังงาน) พบว่าลดลงกว่าก่อน


 2) ดัชนียอดขายบ้านมือ2   ในเดือนมิ.ย.ดีกว่าที่คาดการณ์ และ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เป็นสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยกำลังฟื้นตัวขึ้น  คนมีกำลังซื้อมากขึ้น 



ข้อมูลจาก
http://www.investopedia.com/university/releases/existinghomesales.asp

3)  จาก ข้อมูลทั้ง 3 ดัชนี( CPI  CPI  ExFood & Energy)  บ่งถึงการมีภาวะเงินเฟ้อ แต่สามารถควบคุมได้
  




4) จากการที่สถานการณ์ การตอบโต้ทางการทหารในยูเครนนั้น  พบว่ามีการคลายความกังวลลง จากการที่กล่มกบฎนำส่งคืนกล่องดำ และ ศพ ของสายการบิน MH17)




5) จากที่กล่าวมาจึงเป็นเหตุผลให้ค่าเงิน Dollar แข็งตัวขึ้น สะท้อนตัวเลข ถึงแม้ว่่าจะมีการต่อสู้กันแต่ก็มีความคลี่คลายลงบ้างทำให้เงินไม่ได้โยกไปอยู่ที่ ทองคำ





ลองนำข้อมูลไปเทียบกับกราฟ EURUSD เมื่อวันที่ 22 July  



ก่อนจะมีการประกาศตัวเลขนั้น ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อรอการประกาศตัวเลขและภายหลังมีการประกาศไปในทิศทางบวก ค่าเงิน US Dollar ก็มีการเคลื่อนไหวรุนแรง สะท้อนข่าวดี   

ดังนั้นกลยุทธที่เหมาะสมในการเล่นกับข่าวตัวเลขทางเศษฐกิจนี้ คือ Break Out System 




วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จากการวางแผน กาเทรดกับข่าว การกล่าวของ ประธาน ECB 14-7-2014


จากกระทู้นี้

เรียนรู้จากข่าว Hawkish และ Dovish


ได้มีการวางแผนการเทรดไว้ 2 แนวทาง  ข่าวดี และ ข่าวร้าย


โดยใช้กลยุทธ Break Out System  ดู Momentum ร่วม


ภาพกรณีBullish 


ภาพกรณี Bearish


ผลปรากฎว่า

ในช่วงเวลาของข่าวนั้น  การเคลื่อนที่ของราคาไม่มีเทรนชัดเจน  การจะใช้ Break Out system คงไม่ได้
แต่เมื่อพิจาณาดูพบว่า จะเหมาะกับ ระบบ Swing Trade  มากกว่า




นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1) ถ้าง่วงก็เข้านอนซ่ะ
2) ข่าวทำท่าจะแรง ก็ให้คิดเสียว่าอาจจะไม่แรงก้ได้ให้ดู ระบบอื่นร่วมด้วย
3) อย่า มโน อย่าคิดไปเองว่าจะไปทางโน่น นี่ นั่น
4) ศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม



วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เรียนรู้จากข่าว Hawkish และ Dovish


สัปดาห์หน้าจะมีข่าวใหญ่ที่จะมีผลต่อ ค่าเงิน EUR และ USD หลายข่าว

โดยที่ข่าวที่จะมีผลต่อค่าเงิน EUR และ USD ข่าวแรกๆ คือ  



"การปราศัยของประธานธนาคารกลางยุโรป"
         ECB President Draghi's Speech

เนื้อหาข่าวมีดังนี้
The European Central Bank's president Mario Draghi was born in 1947 in Rome, Italy. Graduated of the Massachusetts Institute of Technology (MIT), Draghi became the president of the European Central Bank in 2011. As part of his job in the Governing Council he gives press conferences in the back of how the ECB observes the current European economy. President's comments may determine positive or negative the Euro's trend in the short-term. Usually, if he shows a hawkish outlook, that is seen as positive (or bullish) for the EUR, while a dovish is seen as negative (or bearish).


โดยเนื้อหาที่น่าสนใจคือ ถ้าการพูดครั้งนี้ เป็น "Hawkish" จะส่งทางบวกต่อค่าเงิน EURO ในระยะสั้น
แต่ถ้าเป็นมุมมองแบบ "Dovish" จะส่งผลทางลบต่อค่าเงิน EURO

แล้ว Hawkish กับ Dovish คืออะไร  ? 



ลองไปค้นใน investopedia ได้ข้อมูลดังนี้ 

-------------------------------------------------------------------------------------

Definition of 'Hawk'

A policymaker or advisor who is predominantly concerned with interest rates as they relate to fiscal policy. A hawk generally favors relatively high interest rates in order to keep inflation in check. In other words, they are less concerned with economic growth than they are with recessionary pressure brought to bear by high inflation rates. 

Also known as "inflation hawk." 


-------------------------------------------------------------------------------------

Definition of 'Dove'


An economic policy advisor who promotes monetary policies that involve the maintenance of low interest rates, believing that inflation and its negative effects will have a minimal impact on society. This term is derived from the docile and placid nature of the bird of the same name, and is the opposite of the term "hawk".

Statements that suggest that inflation will have a minimal impact are called "dovish".


-------------------------------------------------------------------------------------


เนื้อหาประมาณว่าทั้ง 2 มุมมองจะตางกันอย่างส้นเชิง



โดย

Hawkish = จะเป็นมุมมองเชิงคุมอัตราเงินเฟ้อ เช่นเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ทำให้เกิดความกังวลในการเติบโตทางเศรษฐกิจ    เงินออก

และ

 Dovish =  เป็นมุมมองที่ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ  เช่นการลดดอกเบี้ย เป็นต้น  ส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบ    เงินเข้า


Hawkish --- > Positive for EURO
Dovish ------> Negative for USD



ดังนั้นจึงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าจะมีผลต่อค่าเงินEURO ในระยะสั้นอย่างไร



พิจารณาจากกราฟ 

ในกราฟ DAY  เกิดอาการ ที่มีความหมายว่า "รอเลือกข้าง" 




ใน กราฟ H1  
จากที่ย้อนไปดูในอดีตช่วงที่อเมริกาประกาศตัวเลขเศรษฐกิจและ ทาง ยุโรปไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติมนั้น
พบว่า  ก่อนจะประกาศข่าวมีการเคลื่อนไหวที่คล้ายๆกัน   ซึ่งทำทีดูเหมือนจะ Bullish แต่ก็กลายเป็น Bearish ได้ดังนั้น  "ควรรอเป็นที่สุด" 


ถึงแม้ปัจจุบันจะทำ pattern มี่่อให้เกิด มโน ได้มาก  แต่ก็ไม่ควรอย่างยิ่งควรรอความชัดเจนเสียก่อน




วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเทรด 8-7-57

เลือกพิจารณา 2 คู่เงิน

USDCHF , EURUSD   เนื่องจากว่า 2 คู่เงินนี้ จะวิ่งสวนทางกัน

--------------------------------------------------------------------------------------

USDCHF


1) เหตุผลในการซื้อขาย  >> ระบบกลยุทธที่ใช้

Swing Trading    พิจารณาว่า 

1. ราคาวิ่งในกรอบ บนล่าง สีแดง
2. ATR = Low Vlatility 
3. ราคามาชนแนวต้าน + Volume


2)  

Entry = 0.89457    S/L = 0.89365    TP = ที่แนวสังเกตุ = 0.89555

RRR = 0.9

สรุป -3.09 

3) สภาวะอารมณ์ของตัวเอง
กล้าๆกลัวในการเปิด Position  แต่ก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าน่าจะถูกทาง  กลัวจะไม่ได้เปิด Position รอต่อไม่ไหว  เพราะต้องไปทำงาน 


4)  ความผิดพลาดและอุปสรรค
1) เวลา = การเคลื่อนที่รอบก่อนหน้า ได้ทำการบ้านไว้แต่ไม่ได้เปิด Position เนื่องจากต้องทำงานประจำ ผลคือมันไปอย่างที่เราคิด  เกิดความเสียดาย  

2) มโน = เกิดความมั่นใจเปิด Positon คิดว่าน่าจะไปอย่างที่คิด ทั้งๆที่ ยังต้องทำงานประจำอยู่ ทำให้การคิดไตร่ตรองลดลง  




            --------------------------------------------------------------------------------------

ERUUSD

1) เหตุผลในการซื้อขาย  >> ระบบกลยุทธที่ใช้

เดียวกัน


2)  
ENTRY = 1.35884   S/L = 1.35990   TP = 1.35783 
RRR = 1

สรุป -3.18

3) สภาวะอารมณ์ของตัวเอง
เดียวกัน


4)  ความผิดพลาดและอุปสรรค
เดียวกัน







วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อดทนเฝ้ารอ ฟังดูง่าย แต่ ก็ยาก


วันนี้เฝ้าติดตามคู่เงิน  USDCHF กับ EURUSD

พบว่ามีการวิ่งออกข้าง เหมาะแก่การฝึก Swing Trade


ตีกรอบสังเกตุ บนล่างสีแดงดังภาพ 
ATR = Low Volatility 

แต่ปัญหาคือการเฝ้ารอหลายชั่วโมงเพือให้เกิดการยืนยันการวิ่ง   เกิดข้อจำกัดคือ งานประจำ

แต่ถ้าจะมโนว่ามันจะวิ่งไปอย่างที่คิดไว้ ก็ใช่เรื่อง 

เพราะเคยเจ็บมาแล้ว กับการ มโน

ดังนั้นในเมื่อยังเปิด Position ไม่ได้ ก็คงต้องรอครั้งต่อไปเมื่อพร้อม



วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร กับ ค่าเงิน US Dollar เมือวันที่ 3 กค 2557

         ภายหลังมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา ประจำเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นจากเดือน พฤษภาคม มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  และ อัตราการว่างงานก็ได้ลดต่ำลง โดยต่ำสุดในรอบ 6 ปี   เนื้อหาตามลิงค์

         ทำให้มีการเคลื่อนที่ของค่าเงิน US Dollar อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเป็นไปในทิศทางบวก ตรงกันข้ามกับค่าเงิน EURO และ Gold

ภาพนี้เปรียบเทียบการ การเคลื่อนไหวของ US Dollar กับ Major currency ดังนี้


ภาพประกอบจาก http://www.fxstreet.com/

จากภาพพบว่า US Dollar Index  เมื่อวันที่ 3 กค 2014 
  1.  สัมพันธ์ในทางบวกกับ USD/JPY , USD/CHF   
  2. สัมพันธ์ในทางลบเล็กน้อยกับ GBP/USD
  3. สัมพันธ์ในทางลบเล็กอย่างมากกับ EUR/USD


จากสถิติของการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา เทียบกับ US Dollar Index นั้น  พบว่า บางครั้งก็มีการตอบสนองในทางบวก บางครั้งก็มีการตอบสนองในทางลบ หรือ บาง ครั้งก็แทบจะไม่มีการตอบสนองเลยก็มี  



ที่มา http://www.tradingeconomics.com/united-states/non-farm-payrolls 


ดังนั้นจึงพอจะอนุมานได้ว่าการเทรดค่าเงินด้วยตัวเลขดังกล่าวนั้น คงต้องรอความชัดเจนของเทรน หรือ รูปแบบราคาว่าจะไปทางไหนก่อนจะลงมือเทรด เนื่องจากตลาด FOREX เป็นตลาดที่ใหญ่ จะมีผู้คุมเกมส์ หรือ Market Maker คอยคุมทิศทาง



เนื้อหาเพิ่มเติม

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Nonfarm Payroll ของสหรัฐฯ


Historical Nonfarm Payroll Data – An Insight - น่าสนใจตรงที่ว่าเขาบอกว่า NFP เป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับ US Dollar Index